ยิ้มได้เมื่อสิ้นลม?

-A +A

          พูดอย่างไม่อ้อมค้อม นี่เป็นหนังสือที่ทรงค่าที่สุดเล่มหนึ่งแห่งปี

          ด้วยเป็นหนังสือที่รวบรวมเอาประสบการณ์ยาวนานเป็นทศวรรษของนางพยาบาลคนหนึ่ง ที่ทำงานอาสานอกหน้าที่การงานประจำ ด้วยการเป็นเพื่อนเคียงใกล้ในยามที่ผู้ป่วยหนักเข้าสู่วาระสุดท้ายแห่งชีวิต  ถ่ายทอดเป็นเรื่องเล่าในรูปตัวหนังสือโดยการประมวลเรื่องราวของนักเขียนอีกคนหนึ่งซึ่งใช้เวลาเป็นปี ๆ ในการรวมรวบและร้อยเรียงอย่างรอบด้านรัดกุม กระทั่งปรากฏเป็นรูปเล่มหนังสือในชื่อ “เพื่อรอยยิ้มเมื่อสิ้นลม” ๑ และ ๒ 

          ภายในเล่มบรรจุเรื่องราวจากประสบการณ์จริงในห้วงยามที่เธอได้ผ่านพบกับความตายตรงหน้า  ที่ถือได้ว่าเป็นบทเรียนอันเป็นประโยชน์ต่อยุคสมัยอย่างยิ่ง เพราะเรื่องความตายนั้นนับเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ยาก เนื่องจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง-ด้วยตัวเอง ไม่มีโอกาสได้กลับมาเล่า

          แต่ในกรณีของเธอ-กานดาวศรี ตุลาธรรมกิจ ที่เป็นผู้เล่าเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ เธอเคยผ่านช่วงวิกฤตที่ชีวิตใกล้จะแตกดับอยู่รอมร่อ  แต่ก็ได้ชีวิตกลับคืนมา  พร้อมความทรงจำที่แจ่มชัด กับคำสัญญาต่อตัวเองว่าจะทำความดีตลอดชีวิตที่เหลือ

          และนั่นเองที่เป็นที่มาให้เธอทำ “ความดี” ด้วยการช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยหนักระยะสุดท้าย ในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา ที่เธอทำงานเป็นนางพยาบาลอยู่

          ให้เขาได้ไปดี ตามคติความเชื่อในวัฒนธรรมไทยว่า การตายดีมีจิตสุดท้ายที่สงบและเป็นกุศล จะเป็นแรงหนุนส่งไปสู่สุคติภูมิที่สูงขึ้น  และหากเป็นในทางตรงกันข้าม ก็จะเป็นแรงฉุดสู่อบายภูมิ

          นอกจากนี้วาระสุดท้าย ถือเป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ที่สุดของชีวิต ที่จะได้สัมผัสอิสรภาพอันโปร่งเบา ในภาวะเงื่อนไขที่หาไม่ได้ในยามปรกติ  ในการปล่อยวางความทุกข์และตัวตนที่เคยยึดมั่นถือมั่น ก้าวผ่านสู่มิติมหัศจรรย์แห่งความงามและความจริงแท้ของชีวิต เป็นช่วงเวลานาทีทองที่คนเราในชาตินี้จะเก็บเกี่ยวได้จากวิกฤตสุดท้าย เพื่อสัมผัสถึงสภาวธรรมอันลึกซึ้ง

          อนึ่ง ในช่วงที่กานดาวศรีอย่ในภาวะเฉียดตายอยู่ในห้องไอซียูนั้น แม้ว่าโดยทางกายภาพภายนอกเธอนอนแน่นิ่งเหมือนไม่มีความรู้สึกใด ๆ  แต่เธอรับรู้ความเป็นไปภายในห้องนั้นตลอดเวลา ทั้งการพูดจาโต้ตอบกันของหมอพยาบาล และความชุลมุนวุ่นวายในการใช้เครื่องมือแพทย์ช่วยยื้อชีวิตเธอ  เรื่องนี้ยังไม่มีคำอธิบายจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับเธอในเวลาต่อมา ในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยที่หมดความรู้สึกไม่ได้สติ—อย่างมั่นใจว่าเขายังรับรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นพูดและแสดงต่อเขา

          และบัดนี้ประสบการณ์อันหลากหลายเหล่านั้น ก็ได้ถูกนำมาบอกเล่าอย่างละเอียดไว้ในหนังสือ เพื่อรอยยิ้มเมื่อสิ้นลม ทั้งสิ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายคนแรกอันเป็นจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ของคุณกานดาวศรี กรณีผู้ป่วยที่มีปมชีวิตในเรื่องความรักความผูกพัน หรือความร้าวฉานในครอบครัว ตลอดจนสิ่งค้างคาใจต่างๆ กรณีการดูแลผู้ป่วยในวัยเยาว์  ผู้ป่วยยากไร้ และกระบวนการคลี่คลายจิตใจเพื่อให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ รวมถึงอุปสรรคและความล้มเหลวที่เธอเคยเผชิญมา 

          เป็นบทเรียนและประสบการณ์ตรงที่มีค่ายิ่ง ทั้งสำหรับการดูแลช่วยเหลือผู้อื่น หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้เพื่อการเตรียมตัวสำหรับตนเอง

          ถัดจากนี้คือทำอย่างไรให้หนังสือเล่มนี้ได้เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ไปในวงกว้าง ให้แนวคิดดี ๆ ที่มีค่านี้ได้รับการรับรู้และผันสู่การปฏิบัติจริง

          ให้ชีวิตหนึ่งของผองเราทั้งหลาย ได้เดินเข้าสู่มรณกรรมที่งดงาม-เมื่อเวลานั้นมาถึง

คอลัมน์: