Source code เวียนว่ายตายเกิดใน ๘ นาที

-A +A

           โควเตอร์ สตีเวนส์ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว สภาพแวดล้อมที่ปรากฏ ผู้คนตรงหน้าล้วนแล้วแต่แปลกไป โควเตอร์รู้สึกเหมือนถูกจับโยนลงไปในวงล้อมที่ตัวเขาแทบไม่รู้อะไรเลย จากนั้นสำนึกที่เกิดขึ้นทำให้พบว่าเขาอยู่ในร่างของชายแปลกหน้าต่อหน้าหญิงสาวที่เหมือนรู้จักเขามานาน บอกกล่าวเรื่องราวต่างๆ ที่เขาจับต้นชนปลายไม่ได้ แล้วโดยไม่ได้คาดคิด เกิดเหตุระเบิดขึ้น ตัวเขากับผู้คนที่แวดล้อมล้วนตายไป โควเตอร์รู้สึกตัวอีกครั้ง พบว่าตนเองอยู่ในที่คุมขังมีคนมาพูดคุยด้วย เขาเริ่มปะติดปะต่อได้ว่า เขาคือนายทหารและอยู่ในโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ กำลังถูกมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญซึ่งมีชีวิตของพลเมืองราว ๒ ล้านคนตกเป็นเดิมพัน และโดยที่เขายังไม่เข้าใจอะไรครบถ้วนนัก ก็ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจอีก ไม่นานเขาก็พบว่าตนมีเวลาที่จะมีชีวิตและปฏิบัติภารกิจเพียง ๘ นาทีก่อนจะเสียชีวิต

           ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์เรื่องนี้นำเสนอการปฏิบัติภารกิจสำคัญของตัวเอก ภายใต้เงื่อนไขพิเศษคือ ตัวเอกของเรื่องตายแล้วในทางสภาพร่างกาย แต่เขายังมีชีวิตในสภาพคล้ายวิญญาณที่ติดขังอยู่ในระบบ source code ที่ผู้ควบคุมสามารถกำหนดชะตาชีวิต มอบหมายภารกิจสำคัญ รวมไปถึงบังคับเขาให้ต้องปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าเขาจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม จะด้วยสำนึกในหน้าที่หรือภาวะไร้ทางเลือก โควเตอร์ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจลองผิดลองถูกและจากความล้มเหลว เขาค่อยๆ ได้เรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้พบความรักอีกครั้ง พบว่าเขาทำอะไรได้และไม่ได้บ้าง พร้อมๆ กับภารกิจที่สำเร็จได้ในที่สุด 

           สิ่งที่น่าสนใจคือ แต่ละครั้งที่มีโอกาส โควเตอร์ต้องการติดต่อพ่อของเขา แม้โควเตอร์จะตายไปแล้วในทางร่างกาย และทุกคนก็รับรู้รวมถึงพ่อของโควเตอร์เอง แต่สำนึกรู้ของโควเตอร์ในสภาพวิญญาณยังคงมีความทรงจำ ความผูกพัน และพันธะ “ห่วง” ในใจกับพ่อของตน ซึ่งเขาต้องการปลดปล่อย โชคร้ายที่หน่วยงานดูแลระบบมองเห็นแต่ภารกิจ มองเห็นแต่เป้าหมายที่ต้องการให้โควเตอร์ทำ โดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการและความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย โควเตอร์ถูกรับรู้ในฐานะเป็นเพียงเครื่องจักรเท่านั้น โชคดีอยู่บ้างที่หนึ่งในผู้ดูแลระบบยังคงมีหัวใจ และมองเห็นความปรารถนาสุดท้ายของดวงวิญญาณโควเตอร์ และให้โอกาสนั้น

           ฉากสำคัญในเรื่องราว เป็นฉากที่เรียบง่าย แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว เป็นฉากที่สำคัญมากในฐานะที่สะท้อนความปรารถนาสุดท้ายของผู้ใกล้ตาย โควเตอร์ในร่างของคนแปลกหน้าที่เขามาอาศัย โทรศัพท์หาพ่อของตน เพื่อบอกให้พ่อของตนได้รับรู้ว่า เขา (โควเตอร์) เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เขากับพ่อทะเลาะกันอย่างรุนแรงก่อนจะจากกันและไม่มีโอกาสได้พบหรือปรับความเข้าใจอีกเลย พร้อมๆ กับผู้เป็นพ่อก็มีโอกาสบอกกล่าวให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรักที่ตนมีต่อลูกเช่นกัน สิ่งที่น่าประทับใจคือ สีหน้าของตัวละครที่แสดงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ทั้งความเสียใจ ความรู้สึกผิด ความห่วงหาที่มีต่อพ่อ รวมถึงสีหน้าโล่งใจและปล่อยวางเมื่อได้บอกกล่าวความในใจให้พ่อรับรู้ รวมถึงสีหน้าสุขสงบเมื่อได้รับรู้จากพ่อว่ารักลูกมากเช่นกัน

           แต่ละครั้งเมื่อปฏิบัติภารกิจครบ ๘ นาที ระเบิดก็จะทำงานตามเหตุการณ์ที่กำหนดไว้แล้วในอดีต โควเตอร์ในร่างคนแปลกหน้าก็จะต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากความตาย แล้วเขาก็จะต้องถูกส่งตัวกลับไปอีก สภาพเช่นนี้จึงไม่ต่างจากสังสารวัฎในความเชื่อของพุทธศาสนาที่สัตว์โลกจะต้องเวียนว่ายตายเกิดตามกระแสกรรม จนกว่าจะหมดสิ้นกิเลสเข้าถึงพระนิพพาน ระบบ source code จึงมีสภาพไม่ต่างจากสังสารวัฏ แต่ต่างกันตรงที่โลกปัจจุบันหลายคนไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ไม่เชื่อเรื่องกรรม ขณะที่หลายคนเชื่อ สิ่งที่น่าสนใจคือ การเชื่อ กับการไม่เชื่อย่อมทำให้ท่าทีการดำเนินชีวิตและระบบคุณค่าแตกต่างกัน 

           ทุกๆ ครั้งของการปฏิบัติภารกิจ ในช่วง ๘ นาทีที่มีชีวิต โควเตอร์ทุ่มเทตนเองเพื่อปฏิบัติภารกิจ ความเครียด ความก้าวร้าวและกดดัน ทำให้โควเตอร์ก้าวร้าวและใช้ความรุนแรงกับทุกคนที่มีท่าทีขัดขวางการทำงาน หรือมีท่าทีเป็นผู้ต้องสงสัย จนกระทั่งเมื่อเขาทำภารกิจสำเร็จและลุล่วง เขาจึงค่อยๆ ได้เรียนรู้ว่า ชีวิตช่างมีความหมายและคุณค่า รวมถึงอารมณ์ขัน เสียงหัวเราะเป็นสิ่งพิเศษ และมีคุณค่าเหลือเกินสำหรับโลกใบนี้ และที่สำคัญ เขาระลึกรู้ในใจว่า “ทุกอย่างจะเรียบร้อยในที่สุด” นี่คือ ความศรัทธาในโชคชะตาของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกสิ่งก็จะเรียบร้อยในที่สุด แม้เราจะไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของสรรพสิ่งนัก ข้อค้นพบสุดท้ายของโควเตอร์คือ ทุกสิ่งมีโชคชะตากำหนดอยู่ และเราเป็นส่วนหนึ่งของโชคชะตาที่เราเป็นผู้กำหนดโชคชะตาได้ด้วยเช่นกัน

 

คอลัมน์: