จะนำทางสามีตอนใกล้สิ้นลมอย่างไรดี

-A +A

         เป็นการยากที่เราจะพูดให้คนเชื่อในเรื่องที่ยังไม่ได้ประสบกับตนเองมาก่อน ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างความตาย หญิง (ชื่อสมมุติ) โทรมาขอคำปรึกษาจาก สายด่วนให้คำปรึกษาทางใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย ว่า อยากจะได้คนไปช่วยนำทางจิตใจของสามีที่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายให้เตรียมตัวจากไปอย่างสงบ 

         เธอเล่าว่า นับตั้งแต่หมอบอกว่าสามีป่วยเป็นมะเร็ง เธอและสามีไม่เคยอยู่ห่างกันเลย เธอจะคอยดูแลและให้กำลังใจมาตลอด จนผ่านไปปีกว่า หมอบอกว่าสามีเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว แม้จะรู้ว่าต้องเตรียมใจรับกับสภาพดังกล่าว อ่านหนังสือธรรมะมามากมายในเรื่องที่เกี่ยวกับการตายอย่างสงบ แต่ถึงเวลาที่สามีจะตาย เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีในช่วงสุดท้าย คิดแต่จะหาใครมาช่วย เธอนึกถึงแม่ชีศันสนีย์ (เสถียรสุต) ที่ช่วยบัว ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่เจ็บปวดทรมานทุรนทุราย ให้มีสติและพบความสุขสงบที่ใจในที่สุด เมื่อตอนตายก็จากไปอย่างสงบ 

         หญิงเล่าให้สายด่วนฟังว่า เธอดูเรื่องแม่ชีช่วยบัวจากคลิปวิดีโอ และปรารถนาจะให้มีคนมาทำให้สามีของเธอบ้าง หลังจากที่สายด่วนรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของเธอ จึงบอกกับเธอไปว่าสายด่วนในขณะนี้ไม่มีอาสาสมัครที่จะไปเยี่ยมหรือดูแลคนป่วย แต่ก็ยอมรับว่าสิ่งที่เธอต้องการนั้นมีความสำคัญ เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยเผชิญความตายอย่างสงบ และเป็นแนวทางที่ผู้ป่วยต้องการมาก 

         สายด่วนมักจะพบในหลายกรณีว่า เรื่องการนำทางหรือการช่วยเตรียมใจให้ผู้ป่วยตายหรือละร่างจากไป คนที่เป็นญาติ คนใกล้ชิด หรือคนรัก แม้จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิดหรือเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ แต่ตอนที่จะให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ เขาคิดว่าน่าจะนิมนต์พระหรือผู้ที่มีความเข้าใจเรื่องการตายอย่างสงบมานำทาง มาพูดน้อมใจให้ผู้ป่วยไปอย่างสงบดีกว่า แต่ในหลายกรณีก็พบว่า ผู้ป่วยที่จากไปอย่างสงบท่ามกลางคนรัก คนที่เขาผูกพันเป็นผู้พูดให้กำลังใจและน้อมนำจิตใจของเขาจนจากไปอย่างสงบได้ เพราะเป็นคนสำคัญของเขา แต่ผู้ดูแล เช่น ภรรยา หรือญาติยังไม่เคยทำ หรือรู้สึกว่าไม่กล้าทำ กลัวทำได้ไม่ดี สายด่วนจึงร่วมทบทวนกับหญิงโดยใช้คำถามช่วยว่า สิ่งที่หญิงทำระหว่างการดูแล ทำอย่างไรบ้าง เธอตอบว่า ทำด้วยความรัก ห่วงใย เห็นใจในความเจ็บปวด และห่วงว่าเขาจะกลัวการพลัดพราก เธอจึงคอยอยู่เคียงข้างไม่ห่างสามี คอยให้กำลังใจ 

         แม้เธอจะบอกว่า ได้แรงบันดาลใจและอยากได้แบบแม่ชีศันสนีย์ แต่ที่จริงเธอก็ทำกับสามีของเธออยู่แล้ว เพียงแต่ขาดความมั่นใจ สายด่วนจึงถามต่อว่า แล้วที่แม่ชีทำได้ดีจนบัวจากไปอย่างสงบในที่สุด ทำอย่างไร เธอเล่าได้อย่างละเอียดว่า แม่ชีศันสนีย์พูดกับบัวป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอย่างเป็นกันเอง มีเมตตา พื้นฐานชีวิตของบัวผ่านการขายบริการทางเพศ ท้อถอยต่อชีวิต พอป่วย ก็โทษตัวเอง แม่ชีพูดกับเธอด้วยความอ่อนโยน มีเมตตาเปี่ยมล้นว่า อย่าไปติดค้างกับในอดีต ให้ละวาง ให้น้อมจิตไปพบพระพุทธเจ้า กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ใจปล่อยไป จนในที่สุดบัวให้อภัยตัวเอง จนปล่อยความทุกข์ ความเจ็บปวดทรมานได้ 

         เธอเล่าอย่างคนที่เข้าถึงความรู้สึกนั้นๆ สายด่วนจึงพูดกับเธอว่า นั่นแหละเธอทำได้ การที่เธอถ่ายทอดออกมาได้อย่างนั้น แสดงว่าเธอเข้าใจ เธอเองก็สามารถช่วยเหลือสามีได้ โดยเอาแนวทางที่ตัวเองเข้าใจมาปรับใช้ การที่เธอเป็นคนพูดนำทางเองย่อมมีความสำคัญต่อสามีมากกว่าคนอื่น และพูดทวนย้ำให้เธอมั่นใจขึ้นในการช่วยนำทางสามีตอนใกล้สิ้นลม ในการน้อมจิตไปในทางกุศล บอกเขาให้ระลึกถึงสิ่งดีๆ ความดีที่เคยทำ ปล่อยวาง ไม่ต้องห่วงอะไร พูดนำเขาไปเรื่อยๆ เขาจะไปอย่างสงบ

         และในระหว่างนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี ควรจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ได้ทำบุญกุศล ใส่บาตร สวดมนต์ ฟังธรรม หรือเอาธรรมะ รวมถึงบทนำทางของพระไพศาลมาฟังก็ได้ จิตจะเข้มแข็งขึ้น และตั้งมั่นได้ มีความพร้อมที่จะเผชิญความตายอย่างสงบ ทำให้ผู้ดูแลได้ร่วมฝึกฝนไปด้วย เมื่อถึงวันสุดท้ายก็จะทำได้คล่องเอง

         เธอกล่าวขอบคุณสายด่วนด้วยเสียงที่ผ่อนคลายสดใสขึ้นกว่าตอนแรกที่โทรมา

 

คอลัมน์: