สิ่งสำคัญ ๕ ประการที่ควรทำ เมื่อคนที่เรารักกำลังจะตายจากไป

-A +A

หนึ่ง อย่าไปทึกทักเอาเองว่าคุณควรจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

          พวกเราอาศัยอยู่ในวัฒนธรรมปฏิเสธความตาย แค่จะพูดคำว่า “ตาย” ยังเป็นเรื่องยาก พวกเราไม่ได้ถูกสอนว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความตายของตัวเองหรือคนที่เรารักอย่างไร และมักตื่นตระหนกเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าความตาย หรืออย่างน้อยก็รู้สึกอึดอัดกระสับกระส่ายเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร ดังนั้น เราควรเริ่มต้นด้วยการรับรู้สภาวะที่เกิดขึ้น และไม่กดดันตัวเองว่าต้องทำแต่สิ่งที่ถูก เมื่อคนที่คุณรักกำลังจะตาย ไม่แปลกอะไรที่คุณจะรู้สึกสับสนวุ่นวาย แค่อย่าโยนความสับสนของคุณไปให้คนอื่น โดยเฉพาะผู้ที่กำลังจะตาย 

          เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน เนื่องจากไม่มีใครตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ ในแบบเดียวกัน คนส่วนใหญ่มักจะไม่มีการเตรียมตัวอีกทั้งยังขาดทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ หรือไปขู่เข็ญให้คนอื่นทำตามความต้องการของตนเอง 

          ใช้ใจของคุณนำทาง ปล่อยให้ความรักของคุณเอ่อล้นไปสู่ผู้ที่กำลังจะจากไปรวมถึงคนอื่นๆ ด้วย ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรักที่มีให้กันและกัน ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 

สอง การแสดงความรักต่อผู้ที่กำลังจะตายจากไปเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

          การรู้ความจริงว่าคนที่คุณรักกำลังจะตายเป็นเรื่องที่ชวนสับสนและน่ากลัวจนยากจะรับไหว แต่อย่าปล่อยให้มันพาคุณหลงทาง ดูแลรักษาความรักที่คุณมีต่อเขาไว้ ราวกับว่ากำลังส่งพวกเขาเดินทางไปสู่ดินแดนแห่งความตายที่เราไม่รู้จัก รักพวกเขาอย่างที่เป็น แต่อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แค่ปล่อยให้ความรักแผ่ซ่านออกมาและมองหาเรื่องที่คุณสามารถทำให้พวกเขาได้แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าคุณเข้าไปในห้องของเขาแล้วพูดบางอย่างเช่น "วันนี้ สีหน้าของเธอดูดีทีเดียว" ในขณะที่ต่างก็รู้กันดีว่าเขาหรือเธอกำลังจะตาย สิ่งที่คุณกำลังสื่อออกไปจริงๆ คือ ฉันรับมือเรื่องนี้ไม่ไหว และต้องแกล้งทำเป็นว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น" 

          จงซื่อสัตย์ และทำตัวให้น่าไว้วางใจ ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะปล่อยให้พวกเขาเห็นความกลัวและความโศกเศร้าของคุณ แต่อย่าปล่อยให้มันบดบังความรักของคุณ แสดงความขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ชีวิตของคุณมีค่าขึ้น แบ่งปันความทรงจำอันสุขสันต์ที่มีร่วมกัน และกล่าวคำอำลา แต่ทำอย่างนุ่มนวล อย่ากลัวการสัมผัสผู้ตาย ไม่มีการสื่อสารใดที่แสดงถึงความรักของเราได้ดีไปกว่าการจับมือและลูบผมคนที่เรารัก

          พยายามจัดสรรเวลาของคุณเท่าที่จะทำได้ ใส่ใจต่อความจริงที่ว่าคุณมีเวลาน้อยมาก นับแต่รับรู้การพยากรณ์โรคจนกระทั่งเวลาที่ความตายมาถึงจริงๆ โดยส่วนตัวฉันมีเรื่องรำคาญใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เมื่อผู้คนไม่สบายใจกับข่าวที่รู้มา พวกเขาจะทำราวกับว่าผู้คนที่พวกเขารักต้องรอให้พวกเขาพร้อมเสียก่อน แทนที่จะเลือกรับฟังเรื่องร้ายๆ ในเวลาที่พวกเขาไม่พร้อม หากว่าแม่ของคุณมีโอกาสรอดพ้นคืนนี้เพียงแค่ ๕๐/๕๐ คุณคงไม่มาหาท่านในอีก ๔ วันต่อไป

 

สาม เคารพการตัดสินใจของผู้ตาย

          ผู้ที่กำลังจะตายคือเจ้านาย ถ้าพวกเขามีสติสัมปชัญญะมากพอที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง อย่าไปเคี่ยวเข็ญพวกเขาให้ทำตามวิธีของคุณ ขอให้รู้ว่าวิธีของคุณเหมาะกับคุณ และรู้ว่าวิธีของพวกเขาก็เหมาะกับพวกเขาไม่ว่าจะต่างจากวิธีของคุณเพียงใด ถ้าใครได้รับมอบหมายให้เป็นคนตัดสินใจแทนผู้ป่วย ต้องเคารพในสิทธิของเขาหรือเธอ โดยอุดมคติ พวกเราแต่ละคนควรจะมีเวลาได้สะสางเรื่องราวต่างๆ ก่อนตาย แต่ในความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องการเงิน กฎหมาย ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณ การตัดสินความเป็นความตายเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบในนาทีสุดท้าย สามารถเป็นสาเหตุของความโกลาหล สับสน ขัดแย้ง และอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายที่เกิดขึ้นระหว่างคนในครอบครัวและผู้ตาย จัดการตัวคุณให้สอดคล้องความคาดหวังของผู้ที่กำลังจะตายอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ เพราะนี่เป็นการตายของเขาไม่ใช่ของคุณ

 

สี่ ยอมรับว่า เขาหรือเธอกำลังจะตาย อย่าต่อต้านมัน

          มันไม่ผิดที่จะหวังว่าสิ่งต่างๆ จะกลับตาลปัตรและความตายจะยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ถ้าความตายคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น การยอมรับความจริงจะช่วยได้มาก พวกเราถูกสอนให้ต่อสู้กับความตายเหมือนกับมันเป็นปีศาจ เป็นสัตว์ประหลาด แต่ในความเป็นจริง ความตายเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนการเกิด พวกเราแค่ไม่ได้ถูกฝึกมาให้มองแบบนั้น ฉันพบว่ามันเป็นเรื่องเศร้าที่บรรดาหมอและผู้เป็นที่รักทั้งหลายบังคับให้ผู้ที่กำลังจะตายต้องรับยา ทำการทดสอบ และผ่าตัดอย่างไม่จบไม่สิ้น ทั้งที่รู้ชัดว่าเป็นเวลาที่ต้องตาย ฉันเป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งให้มีสถานการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายสำหรับผู้ที่กำลังจะตาย พวกเราแต่ละคนรู้วันเกิดและรู้ว่าจะตายในวันหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าระหว่างเกิดกับตายเราจะมีชีวิตอยู่กี่วัน ใช้เวลาของคุณกับคนที่คุณรักให้มีค่าที่สุด อย่างเข้าอกเข้าใจกันและช่วยทำสิ่งที่พวกเขาปรารถนาหรือต้องการด้วยความรัก เพื่อมอบการล่ำลาที่ดีงามให้แก่พวกเขา

 

ห้า ช่วยรักษาบรรยากาศที่สงบสันติ

          เมื่อใครสักคนกำลังจะตาย พวกเขามีเรื่องที่ต้องรับมือมากพอแล้ว ซึ่งอาจจะรวมถึงความเจ็บปวดทางกาย ความกลัว ปมปัญหาทางอารมณ์ ความสับสน ความสำนึกเสียใจ เป็นต้น โดยสมมุติฐานที่ว่า ความขัดแย้งใดๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวของพวกเขา จะไปเพิ่มภาระ และเป็นการโหดร้ายหากเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดขึ้น แม้ว่าผู้ที่กำลังจะตายดูเหมือนจะไม่มีสติสัมปชัญญะ ก็ยังมีสมมุติฐานว่าเขาหรือเธอสามารถได้ยินและได้รับผลกระทบจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ถ้าสมาชิกในครอบครัวต่อล้อต่อเถียงกัน ให้ออกไปจัดการกันนอกห้อง ควรพิจารณาว่าห้องของผู้ที่กำลังจะตายคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อนุญาตให้เฉพาะกิจกรรมสร้างความอบอุ่นใจและความรักเท่านั้น ยกเว้นผู้ตายจะต้องการอย่างอื่นเพิ่มเติม ให้การบอกลาที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรักเท่าที่ทำได้ จะได้ไม่ทำให้เราเสียใจในภายหลัง

 

ที่มา: “The Top 5 Things to Do When a Loved One Is Dying,” Judith Johnson
http://www.huffingtonpost.com/judith-johnson/death-of-a-loved-one_b_3668...

 

คอลัมน์:

ผู้เขียน: