มุมมองจากเบื้องบน เรื่องของยูจีน

-A +A

           ยูจีนอายุ ๗๐ ปี ชีวิตของเขากำลังเข้าใกล้ความตายทุกขณะจากการถูกโรคกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวโจมตีมาตลอดตั้งแต่วัยกลางคน ยาวนานร่วม ๓๐ ปี เขากับภรรยา เบ็ท ได้พูดคุยและรับรู้ร่วมกันมาตลอดว่าชีวิตของเขาอาจไม่ยืนยาวนักเนื่องจากระบบการทำงานของหัวใจพร้อมจะล้มเหลวได้ตลอดเวลา สามีภรรยาคู่นี้ตระเตรียมตัวเองสำหรับอนาคตที่จะเกิดขึ้นมาโดยตลอด พวกเขาพุดคุยถึงชีวิตข้างหน้าที่เบ็ทอาจจะต้องเป็นหญิงม่าย และตระเตรียมแผนการเงินสำหรับความมั่นคงในอนาคต ช่วงเวลา ๑๕ปีที่ผ่านมาเบ็ทเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเผชิญวัยชราเพียงลำพังของตนมาโดยตลอด หากว่ายูจีนต้องจากโลกนี้ไป

           แต่แล้วโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เบ็ทเสียชีวิตกะทันหันเนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตกในอ้อมแขนของสามีขณะรอคอยรถพยาบาลฉุกเฉิน ชีวิตของยูจีนตกอยู่ในความสับสนงุนงงต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น เบ็ทไม่ควรที่จะเสียชีวิตในขณะที่อายุเพียงเท่านี้ เธอเป็นคนสุขภาพดี สามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยคิดหรือตระเตรียมมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้ ยูจีนรู้สึกขมขื่น เขามองว่าตนเองถูกพระเจ้าทรยศ ทำให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในความซึมเศร้า โกรธแค้นต่อโชคชะตา ยูจีนไม่ทราบว่าจะใช้ชีวิตอันโดดเดี่ยวได้อย่างไรเมื่อภรรยาสุดที่รักต้องมาจากไปเช่นนี้

           ๑๕ ปีล่วงเลยไปยูจีนยังคงมีชีวิตอยู่ด้วยความเศร้าหมองและท้อแท้ เกลียดชังทุกช่วงขณะของชีวิต ระลึกถึงความสุขที่ต้องสูญเสียไปจากการตายก่อนวัยอันควรของภรรยา “มันไม่แฟร์เลย” คือคำบ่นของยูจีนที่บอกกับทุกคนที่เขาพบพาน แต่แล้วเพียงไม่กี่วันก่อนที่ผู้เขียนจะได้พบกับยูจีน ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พลิกชีวิตของยูจีนอีกครั้งหนึ่งยูจีนฝันว่าเขาได้เดินทางไปยังดวงดาวอันไกลโพ้นในห้วงอวกาศ จากที่นั่นเขาได้มองกลับมาที่โลกใบนี้และมองเห็นทุกรายละเอียดในชีวิตของเขากับเบ็ทซึ่งไม่เคยใส่ใจมาก่อน ชั่วขณะนั้นและจากมุมมองนั้น ยูจีนได้ตระหนักรู้ขึ้นมาว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัวสมบูรณ์ มันมีที่มาที่ไปในตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นก็เพียงแค่เกิดขึ้น ยูจีนพบว่าแต่ละเหตุการณ์ต่างมีวัตถุประสงค์และที่ทางของมันเอง แม้แต่การตายของเบ็ท ยูจีนพูดคุยกับผู้เขียนด้วยดวงตาที่เป็นประกายตาและรอยยิ้มของการยอมรับว่า “พวกเรามักจะคิดว่าชีวิตไม่ยุติธรรม นั่นเป็นเพราะเรามีแค่มุมมองจากโลกใบนี้ แต่หากเรามองและรับรู้ความเป็นไปในโลกจากมุมมองที่อยู่เหนือขึ้นไป เราจะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ยุติธรรมและลงตัว เราเพียงแต่ไม่เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไรเท่านั้นเอง"

           ยูจีนมีชีวิตต่อไปด้วยการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น สงบสุขทางจิตใจ ไม่มีความขมขื่นอีกต่อไป เขาพุดคุยกับทุกคนที่ได้พบปะถึงการเติบโตงอกงามในจิตใจของเขา อธิบายความหมายแท้จริงของคำว่ายุติธรรม และพลังอำนาจของการเปลี่ยนมุมมองอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้

           จากเรื่องราวของยูจีน เราจะมองเห็นว่าการตีความชีวิตและเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับมุมมองที่เรามีต่อสิ่งนั้น ทัศนคติต่อชีวิตของแต่ละคนที่มุ่งมองไปในรายละเอียดบางอย่าง และเหวี่ยงไปมาตามอารมณ์เหมือนลมพายุที่โหมพัดใส่ทุ่งหญ้า ความใส่ใจประการแรกจึงอยู่เพียงระดับทุ่งหญ้า ยูจีนมองเห็นความตายของภรรยาว่า ไม่ยุติธรรม เมื่อเขามองแค่เพียงระดับนั้น แต่เมื่อเขาได้มองเห็นภาพใหญ่ สิ่งที่เคยคิดว่า ดี แย่ จริงๆ แล้วเป็นเพียงแค่การเกิดขึ้นที่สอดคล้องกับความเป็นไป 

           เมื่อใดที่เราสามารถถอยตัวเองออกมาและรับรู้เหตุการณ์จากภาพใหญ่ จากมุมมองที่อยู่สูงขึ้นไป เราจะตระหนักรู้ว่าจริงๆ แล้ว ทุกเรื่องราวของคนคนหนึ่งต่างล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างต่างล้วนเชื่อมโยงและเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยมุมมองเช่นนี้ จะช่วยก่อเกิดสำนึกของการยอมรับและความเสมอภาคต่อทุกขณะของชีวิต พลิกมุมมองอย่างกลับหัวกลับหาง สิ่งที่เคยตัดสินว่าไม่ยุติธรรม แท้จริงมีความยุติธรรมในแบบของมันเอง สิ่งที่ทำร้ายเราแท้จริงเกื้อหนุนเราต่างหาก สิ่งที่เรายึดถือให้ค่ามาก แท้จริงไม่ได้สำคัญอะไรหนักหนาเลย

           กระบวนการเติบโตทางจิตวิญญาณสร้างความตื่นรู้และทำให้เราสามารถมองชีวิตจากมมุมองเบื้องบน แม้ว่าเราจะยังใช้ชีวิตบนผืนดิน เราจะต้องเพาะหว่านความพยายามวันแล้ววันเล่าในการเพาะปลูก หว่านไถ และเก็บเกี่ยวโดยยังคงความตระหนักรู้ถึงความจริงจากมุมมองเบื้องบนที่มีต่อทุกรายละเอียดของผืนดิน เมล็ดพันธุ์ พืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ แท้จริงไม่สำคัญอะไรเลย แต่มันคือความตระหนักรู้ ความสามารถที่จะมีมุมมองจากระดับสูงเท่าที่จะเป็นไปได้ต่อทุกสิ่งรอบตัวต่างหากที่มีความหมาย 

           ข้อความอาจดูสับสน น่างุนงง แต่นี่เองที่ชีวิตต้องการเพื่อครุ่นคิดและเดินทางเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ

           อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พึงจดจำไว้คือ กระบวนการเริ่มต้นที่ผืนดินแห่งการรับรู้ของพวกเรา เมล็ดพันธุ์ที่เพาะหว่านจากบทเรียนชีวิตว่าด้วยความตาย เริ่มต้นจากจุดที่เราดำรงอยู่ ไว้วางใจกับเส้นทางการเติบโตที่กำลังจะมาถึง เหมือนกับต้นหญ้าหน้าฝนที่เติบโตอย่างกระตือรือร้นเพื่ออยู่เหนือพ้นผืนดิน

 

เรียบเรียงจาก 
What Really Matters : 7 Lessons for Loving from the Stories of the Dying
เขียนโดย Karen M. Wyatt , MD

 

 

คอลัมน์: